fbpx Skip to content

“สิ่งที่ยากที่สุดคือแรงกดดัน” อเล็กซ์ อัลบอน นักขับ F1 ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แวะเยือนไทยหลังลงแข่งครบ 10 สนาม

Archives

“สิ่งที่ยากที่สุดคือแรงกดดัน” อเล็กซ์ อัลบอน นักขับ F1 ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แวะเยือนไทยหลังลงแข่งครบ 10 สนาม

“แล้วเจอกันที่สนามสิงคโปร์นะ พี่จองตั๋วไว้แล้ว”

เป็นสิ่งที่กลุ่มแฟนคลับรถแข่งฟอร์มูลาวันจากเพจ F1 Thailand Fanclub ทักทายกับ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ หรือ อเล็กซ์ อัลบอน นักแข่งรถสูตรหนึ่ง (ฟอร์มูลา วัน) ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ จากทีมโตโร รอสโซ่ ที่เดินทางแวะมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงาน Moose Craft Cider แบรนด์เครื่องดื่มไซเดอร์ของประเทศไทยรายแรก ที่ประกาศสนับสนุนทีม Toro Rosso อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์

โดยครั้งนี้อเล็กซ์ได้นำรถแข่งคู่ใจ STR14 มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสื่อมวลชนและแฟนกีฬา F1 ชาวไทยที่เดินทางมาให้กำลังอเล็กซ์ที่เพิ่งผ่านครึ่งทางของการลงแข่งขัน F1 ในฤดูกาลแรกกับทีมโตโร รอสโซ่ 

THE STANDARD สอบถามความรู้สึกของอเล็กซ์ในการสัมภาษณ์พิเศษหลังจากที่เขาผ่านการแข่งขันครบ 10 สนามในศึก F1 ปีแรก เสมือนกับเป็นการเช็กระยะว่านักแข่งลูกครึ่งไทย-อังกฤษผู้นี้ผ่านพ้นอะไรมาบ้างตลอดครึ่งทางที่ผ่านมา

อเล็กซ์นั่งลงพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนที่สื่อกีฬาหลายคนคุ้นเคย ก่อนจะเริ่มต้นกล่าวถึงความกดดันในช่วงแรกของ F1 

“เป็นสิ่งที่วุ่นวายมาก แต่สุดท้ายก็ปรับตัวเข้ากับมันได้เอง ช่วงแรกยอมรับว่ารู้สึกว่ามันหนักเกินไป ถูกบังคับให้ทำหลายอย่างจนผมรู้สึกว่าผมไม่ใช่ตัวของตัวเอง แต่เมื่อผมสามารถจับจังหวะได้และไม่เครียดในบางสถานการณ์ ผมก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากผ่านไป 10 สนามแล้ว

“สิ่งที่ช่วยผมตลอดมาคือ ผมพยายามทำใจให้สงบ พอเริ่มได้คะแนนในช่วงต้นฤดูกาล ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น ผมรู้สึกพอใจกับตัวเองและอาชีพที่กำลังทำ ผมไม่ได้กดดันตัวเองมากเกินไป และผมก็ยังผลักดันตัวเองอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ดีขึ้นคือ ประสบการณ์ที่ช่วยให้ผมคุ้นเคยกับหลายๆ อย่างมากขึ้น ไม่ใช่แค่สำหรับการแข่ง แต่สำหรับการให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ และพูดคุยกับแฟนๆ 

“ในช่วงแรกผมใช้พลังงานเยอะมากในการพูดคุยกับหลายๆ คน แต่ตอนนี้ผมสบายขึ้นเยอะแล้ว

“เรามีเพียงเส้นบางๆ คั่นระหว่างการกดดันตัวเองมากเกินไปหรือผ่อนคลายเกินไป ซึ่งผมมักจะเจอปัญหาว่า กดดันตัวเองมากเกินไป แต่บางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ง่ายมากที่เราจะผ่อนคลายมากเกินไป ทุกอย่างคือจิตวิทยา ซึ่งเราต้องหาวิธีการคิดที่เหมาะสมกับช่วงเวลาการแข่งขัน 

“นอกจากนั้นเรายังมีสิ่งที่ต้องทำนอกสนามต่างๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโฟกัสอย่างเดียวกับงานที่ทำ เพราะในบางครั้งระหว่างที่เราเตรียมพร้อมไปแข่ง คุณต้องไปตามที่ต่างๆ เพื่อพูดคุยกับผู้คน จนบางครั้งทำให้ไม่มีเวลาอยู่กับตัวเอง ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ การมีแผนการ บริหารจัดการเวลาให้ดี และยึดตามแผนนั้นอย่างมีวินัย”

หลังการประเดิมไปแล้ว 10 สนามสำหรับอเล็กซ์ ยังทำให้เขากลายเป็นนักแข่งลูกครึ่งไทย-อังกฤษคนแรกที่คว้ารางวัล Driver of the Day หลังจากที่ต้องออกสตาร์ทใน Pit Lane แต่กลับสามารถไล่ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับที่ 10 ได้ที่สนาม Chinese Grand Prix

“ในรายการนั้นผมต้องออกสตาร์ทจาก Pit Lane ซึ่งตอนจบการแข่งขันผมแค่นึกว่าเป็นวันที่ทำได้ดี แต่สักพักก็มีทีมงานมาบอกว่า ผมได้ Driver of the Day ผมไม่เชื่อ ตอนแรกผมคิดว่ามันคงเป็นการแข่งขันที่น่าเบื่อมาก วันนั้นผมถึงได้รางวัลนี้ (หัวเราะ)

“แต่ผมก็ภูมิใจนะ จากการที่กลับมาจบอันดับ 10 ได้ ก็เป็นการแสดงที่คนรอบข้างเห็นถึงความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจของผม

“ตอนออกสตาร์ทผมก็ตั้งใจจะลุยเลย ทีมผมก็บอกว่า ผมจะทำยางไหม้ ผมต้องตัดสินใจว่าจะลุยให้สุดหรือห่วงยางก่อน แต่สุดท้ายผมก็หาจุดลงตัวพอดี จนสามรถแก้ตัวได้สำเร็จ และแสดงให้ทุกคนเห็นว่าผมสามารถทำอะไรได้”

แฟนกีฬาชาวไทยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการมาส่งมอบกำลังใจพร้อมกับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาได้รับในการมาเยือนไทย เป็นสิ่งที่ทำให้อเล็กซ์รู้สึกดีใจทุกครั้งที่มาเยือนประเทศไทย

“ผมมาไทยก่อนหน้านี้รอบหนึ่ง ก็มีคนให้การสนับสนุนเยอะ ในช่วงเริ่มต้นของผม พอมาถึงวันนี้ ผมเห็นและรู้สึกว่าคนกำลังให้ความสนใจมากขึ้น ผมได้รับข้อความกำลังใจต่างๆ ซึ่งผมก็รู้สึกขอบคุณมาก มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก”

สุดท้ายอเล็กซ์บอกกับ THE STANDARD ว่า ตลอดครึ่งทางที่ผ่านมา สิ่งที่ยากที่สุดที่เขาต้องเอาชนะ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามแข่งขัน แต่กลับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจของเขาเอง ซึ่งเขาต้องพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้น 

“ผมคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือแรงกดดันของการเป็นนักแข่ง F1 มันมีตลอด เพราะมีนักแข่งทั้งหมดแค่ 20 คน ถ้าเปรียบกับฟุตบอล คุณมีโอกาสผิดพลาดได้หลายครั้ง แต่สำหรับ F1 เราพลาดไม่ได้เลย

“สุดท้ายแล้วเราก็ต้องมีความมั่นใจ แต่ต้องไม่แคร์ แน่นอน มันฟังดูไม่ดี แต่คุณไม่สามารถแคร์สิ่งที่คนอื่นคิดได้ตลอดเวลา เพราะความกดดันในศึก F1 จะกินคุณทั้งเป็น นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมจะคอยเตือนตัวเองตลอดว่าให้ผ่อนคลายและมีความสุขไปกับมัน เพราะสนามนี้เป็นการแข่งขันที่โหดร้ายมาก” 

https://thestandard.co/alex-albon-moose-craft-cider/